โบรกเกอร์ FOREX ดีที่สุด 5 อันดับ

จัดอันดับ โบรกเกอร์ Forex ที่ดีที่สุด อัพเดท 2567 (2024)

เทรดเดอร์ทุกคนต่างพยายามมองหาโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้และดีที่สุด เพราะการคัดเลือกโบรกเกอร์นั้น มีบทบาทสำคัญมากต่อการเทรดในตลาด Forex ของคุณ

ตัวอย่าง: หากคุณเจอหุ้นราคาดีและตัดสินใจที่จะสั่งซื้อหรือสั่งขาย แต่เซิร์ฟเวอร์โบรกเกอร์ของคุณกลับประมวลผลได้ช้ามาก ซึ่งกว่าคุณจะทำรายการเสร็จ ราคาหุ้นก็เปลี่ยนไปแล้ว (เราต่างรู้ดีว่าตัวเลขในตลาดหุ้นมีความผันผวนมากแค่ไหน) และนั่นหมายถึงคุณได้สูญเสียโอกาสในการทำกำไรไปเรียบร้อยแล้ว หรือที่แย่กว่านั้นก็คืออาจสูญเสียเงินของคุณด้วย

ตัวอย่างข้างต้นนี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบโดยตรงของโบรกเกอร์ต่อการเทรดของเรา ดังนั้นเราทุกคนจึงต้องการค้นหาโบรกเกอร์ Forex ที่ดีที่สุด ซึ่งจากประสบการณ์การเทรดที่มีมายาวนานและการได้ลองใช้บริการกับหลายโบรกเกอร์ ทำให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญร่วมกันจัดอันดับ Top 5 โบรกเกอร์ Forex ในปี 2567 (2024) ขึ้นมา ดังนี้ :

โบรกเกอร์ชั้นนำ
1
โบรกเกอร์ FOREX ดีที่สุด 5 อันดับ

Exness

+ ปีก่อตั้ง : 2008
+สำนักงานใหญ่ : ไซปรัส
+ หน่วยงานกำกับดูแล : FCA, CySEC, FSA, FSCA, CONSOB, FI, CNMV, AFM, BaFin
+ บัญชีทดลอง : มี
+ สินค้าเทรด : Forex, ดัชนี, หุ้น, ทองคำ, น้ำมัน และ Crypto
เลเวอเรจ : 1:2000
+ แพลตฟอร์ม : MT4/MT5, WebTerminal, CopyTrade
+ เรทฝากถอน : ฝาก 3,267 บาท ถอนได้ 3,266 บาท ส่วนต่าง -1 บาท
+ เประเภทบัญชี : สำหรับมือใหม่ Standard, Standard Plus | สำหรับมืออาชีพ Raw Spread, Pro และ Zero
+ Live chat ภาษาไทย : มี 24 ชม. วันจันทร์ – ศุกร์
9.6/10
ยอดเยี่ยม
โบรกเกอร์ EXNESS อยู่ในระดับดีเยี่ยม มีความน่าเชื่อถือ เครื่องมือครบถ้วน เรทฝากถอนดี การฝากถอนรวดเร็วสุดๆ การยืนยันตัวตนเสร็จภายใน 5 นาที การทำงานของ Exness รวดเร็วมาก Live chat ก็ตอบอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบัน Exness ถือว่าดีที่สุดในอุตสาหกรรม Forex ของไทย
มืออาชีพ แนะนำบัญชี Raw Spread : Spread แคบ เทรดลื่นไหล เปิดปิดออเดอร์เร็ว
ส่วนมือใหม่ แนะนำบัญชี Standard : ฝากขั้นต่ำเพียง 1USD ไม่มีการ Requote
ชื่นชมการทำงานของ Live chat มีความเป็นมืออาชีพมาก ไม่เคยต้องให้รอนาน ตอบคำถามอย่างรวดเร็ว และตรงประเด็น ไม่ต้องรอนาน
Exness เวลาถอน เงินเข้าบัญชีทันที สิ่งนี้ยังไม่มีโบรกเกอร์ไหนทำได้ นอกจาก Exness
เรทฝากถอนดีมาก : ฝาก 100 USD ถอนได้ 100 USD เท่าเดิม
ฝากถอนรวดเร็วมาก : ฝากเงินเข้าทันที ส่วนถอนเงินเข้าทันทีเช่นเดียวกัน
เจ้าหน้า Live chat บริการดีสุดๆ อยากได้ข้อมูลอะไรถามโบรกนี้ได้เลย
มีการชี้แจงปริมาณการซื้อขายทั้งหมดของโบรกเกอร์ (หลายโบรกไม่ให้ข้อมูลนี้)
ยืนยันตัวตนภายใน 5 นาที (ยังไม่มีโบรกเกอร์ไหนทำได้ นอกจาก Exness เช่นกัน)
การกำกับดูแลการจัดการ
2
โบรกเกอร์ FOREX ดีที่สุด 5 อันดับ

XM

+ ปีก่อตั้ง : 2009
+สำนักงานใหญ่ : เบลีซ
+ หน่วยงานกำกับดูแล : IFSC, FCA, CySEC, ASIC
บัญชีทดลอง : มี
สินค้าเทรด : Forex, ดัชนี, หุ้น CFDs, หุ้น, ทองคำ, น้ำมัน
+ เลเวอเรจ : 1:888
+ แพลตฟอร์ม : MT4/MT5, WebTerminal
+ Spread : EURUSD 1.7, GBPUSD 2.1, USDJPY 1.5 + ฝากขั้นต่ำ : 165 บาท
+ เรทฝากถอน : ฝาก 3,355 บาท ถอนได้ 3,339 บาท ส่วนต่าง -16 บาท
9.5/10
โบรกเกอร์ที่ดีที่สุด
โบรกเกอร์ XM (XM Group) คือโบรกเกอร์ Forex ที่มีคุณภาพสูงการให้บริการที่มืออาชีพ จุดเด่นที่สุดของ XM คือ โบนัส โปรโมชั่น และการให้บริการที่รวดเร็ว การฝากถอน ที่สะดวกหลากหลายช่องทาง มีตั้งแต่ แจกเงินให้ลองเทรดกับโบนัสแบบไม่ต้องฝากเงิน 30$  (อ่านเงื่อนไขโบนัสได้ที่นี่ )
โบนัส XM อีกอย่างที่ดีมากๆ คือ โบนัสเงินฝาก ของ XM เป็นแบบที่ใช้เป็นมาร์จิ้นได้ (Margin คืออะไร) คือสามารถเอามาเป็นทุนสำหรับการติดลบได้ เช่น ฝาก 100$ โบนัส 50$ คุณสามารถที่จะติดลบไปจนถึง -149$ ได้ พอครบ 150$ ออเดอร์ก็จะตัด ซึ่งมันดีมากๆ แทบไม่มีโบรกเกอร์ไหนให้แบบนี้ครับ
การกำกับดูแลการจัดการ
3
โบรกเกอร์ FOREX ดีที่สุด 5 อันดับ

Hot Forex

+ ปีก่อตั้ง : 2009
+สำนักงานใหญ่ : เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์
+ หน่วยงานกำกับดูแล : SV, FCA, DFSA, FSCA, FSA
บัญชีทดลอง : มี
สินค้าเทรด : Forex, ทองคำ, น้ำมัน, ดัชนี, หุ้น, สกุลเงินดิจิตอล, พันธบัตร
+ เลเวอเรจ : 1:1000
+ แพลตฟอร์ม : MT4/MT5, HotForex FIX/API
+ Spread : EURUSD 1.2, GBPUSD 1.5, USDJPY 1.5 + ฝากขั้นต่ำ : 500 บาท
+ เรทฝากถอน : ฝาก 3,321 บาท ถอนได้ 3,031 บาท ส่วนต่าง -290 บาท
9.0/10
โบรกเกอร์ที่ดีที่สุด
เรทฝากถอนแพง ระยะเวลาฝากถอนนาน และข้อสงสัยหลักของตัวโบรกนี้คือ แหล่งที่ตั้งของสำนักงาน (ไม่ตรงกับที่ค้นหาใน Google Map) ทั้งนี้ทาง HotForex ได้มีการทำประกันการสูญเสียทางการเงินกับบริษัทประกัน Renaissance Insurance Reinvented (ดูรายละเอียด : คลิ๊ก) และยังมาการแยกบัญชีเงินทุนของลูกค้าออกการบัญชีบริษัท ส่วนเรื่องอื่นอย่างความเสถียรของระบบการเทรดถือว่าอยู่ในระดับดี ค่า Spread ถูก มีสินค้าให้เลือกเทรดค่อนข้างหลากหลาย และยังมีระบบ Copytrade ให้บริการอีกด้วย ข้อเสียของ HotForex คือ เรื่องฝากถอน โดยการฝากถอนนานมาก การฝากเงินใช้เวลาถึง 10-15 นาทีกว่าเงินจะเข้าพอร์ต ส่วนถอนใช้เวลากว่า 2 วัน และเรทฝากถอนยังแพงมากๆอีกด้วย
การกำกับดูแลการจัดการ
4
โบรกเกอร์ FOREX ดีที่สุด 5 อันดับ

FXTM

+ ปีก่อตั้ง : 2011
+สำนักงานใหญ่ : เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์
+ หน่วยงานกำกับดูแล : FCA, CySEC, FSCA, FSC
บัญชีทดลอง : มี
สินค้าเทรด : Forex, สินค้าโภคภัณฑ์, หุ้น, ดัชนี
+ เลเวอเรจ : 1:1000
+ แพลตฟอร์ม : MT4/MT5, FXTM
+ Spread : EURUSD 1.2, GBPUSD 1.5, USDJPY 1.5 + ฝากขั้นต่ำ : 500 บาท
+ เรทฝากถอน : ฝาก 3,321 บาท ถอนได้ 3,031 บาท ส่วนต่าง -290 บาท
8.5/10
โบรกเกอร์ที่ดีที่สุด
เป็นโบรกเกอร์ Forex ที่เปิดให้บริการมาค่อนข้างนาน มีออฟฟิตในประเทศไทยถึง 2 แห่ง (ที่กรุงเทพ และที่เชียงใหม่) แสดงถึงการให้ความสำคัญกับฐานลูกค้าในบ้านเรา ค่า Spread โดยรวมค่อนข้างสูง EURUSD อยู่ที่ 2.0 (โบรกระดับต้นๆอยู่ที่ราว 0.7-0.8) เรทฝากถอนโบรกนี้ค่อนข้างแพงมาก ต้นทุนการฝากถอนสูงสุด 6% จากการทดสอบจริง ฝาก 3,320 บาท ถอนได้ 3,094 บาท นั่นหมายความว่า ยังไม่ได้เทรดอะไรเลย เราเสียเงินไปแล้ว 226 บาท แนะนำประเภทบัญชี Pro STP ส่งคำส่งรวดเร็ว และ Spread ต่ำ
การกำกับดูแลการจัดการ
5
โบรกเกอร์ FOREX ดีที่สุด 5 อันดับ

FBS

+ ปีก่อตั้ง : 2009
+สำนักงานใหญ่ : รัสเซีย
+ Gหน่วยงานกำกับดูแล : IFSC, CySec
+ บัญชีทดลอง : มี
+ สินค้าเทรด : Forex, ดัชนี, หุ้น CFDs, หุ้น, ทองคำ, น้ำมัน
+ เลเวอเรจ : 1:3000
+ แพลตฟอร์ม : MT4/MT5, FBS Trader
+ Spread : EURUSD 0.9, GBPUSD 1.6, USDJPY 2.7
+ เรทฝากถอน : ฝาก 3,259 บาท ถอนได้ 3,062 บาท ส่วนต่าง -197 บาท
8.0/10
โบรกเกอร์ที่ดีที่สุด
FBS เป็นโบรกเกอร์ที่ Spread แคบมาก โดยเฉพาะคู่สกุลเงินหลักอย่าง EURUSD และ GBPUSD มีระบบการฝากถอนผ่านธาคารในประเทศกว่า 9 ธนาคาร และมีความรวดเร็วในการฝากถอน (การฝาก เงินเข้าทันที ส่วนการถอน เงินเข้าภายใน 3 นาที) ความเสถียรของระบบโดยรวมค่อนข้างดี มี Live chat ภาษาไทยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ข้อเสียของ FBS คือ เรทฝากถอนแพงมาก และ ไม่มีนโยบายป้องกันเงินทุนของลูกค้า ทีมงาน : มีการรับประกันเงินทุนของลูกค้าไหม ในกรณีบริษัทปิดตัวลงไหมครับ ? FBS : ในส่วนนี้ทางบริษัทจะมีการรับผิดชอบเบื้องต้นค่ะ ในส่วนของรายละเอียด ต้องขออนุญาตแจ้งลูกค้านะคะ ยังไม่มีข้อมูลอย่างละเอียดในส่วนนี้ค่ะ
– Spread แคบ : โดยเฉพาะคู่ EURUSD , GBPUSD
– เรทฝากถอนดีมาก : ไม่เสียค่าธรรมเนียม และส่วนต่างของเรทฝากถอน
– ฝาก ถอน เร็วมาก – ฝาก : เงินเข้าทันที , ถอน : 3 นาที ได้รับเงิน
– มีเจ้าหน้าที่คนไทยให้บริการ Live chat ตลอด 24 ชั่วโมง
– เรทฝากถอนแพง
– ไม่มีนโยบายปกป้องเงินทุนของลูกค้าในกรณีปิดตัวลง

วิธีเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือ

ในการเลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ต้องมีความรอบคอบและเลือกอย่างฉลาดด้านล่างเป็นข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาก่อนจะเลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์

  • หน่วยงานกำกับดูแลและใบอนุญาต

คุณกำลังจะฝากเงินกับบริษัททางการเงิน ซึ่งเหมือนกับการฝากเงินในธนาคาร ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเงินของคุณจะมีความปลอดภัย อันดับแรกที่ต้องทำคือหาข้อมูลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ที่คุณจะเลือกโดยพิจารณาหน่วยงานกำกับดูแล(องค์กรรัฐบาลที่กำกับดูแลและตรวจสอบกิจกรรมของบริษัททางการเงิน)

ข้อกำหนดในการปฏิบัติสำหรับโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ไม่ได้มีในทุกประเทศ นั้นการเลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่อยู่ในประเทศที่มีการตรวจสอบกิจกรรมโดยตัวแทนกำกับดูแลจึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น ไซปรัส รัสเซีย สหราชอาณาจักร ยุโรป สวิสเซอร์แลนด์และสหรัฐอเมริกา โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ส่วนใหญ่ที่มาจากประเทศเหล่านี้จะได้รับการควบคุมโดยสมบูรณ์ แต่ละประเทศจะมีหน่วยงานกำกับดูแล เช่น ในไซปรัสมี “CySEC” หรือในสหราชอาณาจักรมี “FCA

หากคุณเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุม คุณจะต้องเผชิญกับปัญหามากมาย เนื่องจากโบรกเกอร์ไม่ได้รับการควบคุมโดยองค์กรที่กำกับดูแลและไม่มีข้อผูกมัดทางกฎหมายใด ๆ ทำให้สามารถกระทำการอะไรก็ได้ (ยกตัวอย่างเช่น ไม่ดำเนินการถอนเงินให้คุณ ย้ายเซิร์ฟเวอร์หรือเปลี่ยนแปลงกราฟซื้อขาย และกิจกรรมที่คล้ายกัน) โบรกเกอร์ที่ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลจะทำให้คุณไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายจากการฉ้อโกง และไม่สามารถร้องเรียนหรือตั้งข้อพิพาทอย่างเป็นทางการได้ ดังนั้น จงฉลาดเลือก และเลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ได้รับการควบคุมเท่านั้น

  • ค่าคอมมิชชั่นและสเปรด

Forex Brokers จะทำเงินจากสเปรดและค่าคอมมิชชั่น เมื่อคุณซื้อขายคู่สกุลเงินจะมีราคา “Bid” (ซื้อ) และราคา “Ask” (ขาย) ความแตกต่างระหว่างสองอย่างนี้เรียกว่าสเปรด นั่นคือสิ่งที่คุณจ่ายให้กับโบรกเกอร์เพื่อเปิดการซื้อขาย ยิ่งสเปรดกว้าง (มาก) คุณก็จะยิ่งทำกำไรได้ยาก ในการเลือกโบรกเกอร์ Forex คุณจึงควรพิจารณาสเปรดของตราสารทางการเงินที่สนใจ (คู่สกุลเงิน โลหะ หรือ CFD) การเลือกโบรกเกอร์ที่มีสเปรดน้อยที่สุดจะทำให้คุณจ่ายเงินแก่โบรกเกอร์น้อยลงและสร้างผลกำไรของคุณได้มากขึ้น

โดยปกติในบัญชี Micro หรือ Standard จะมีสเปรดแบบคงที่ ส่วนการซื้อขายบนบัญชี ECN สเปรดจะแคบและลอยตัว ซึ่งอาจต่ำมากจนถึงศูนย์ ในประเภทบัญชีดังกล่าว โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์จะคิดค่าคอมมิชชั่น โปรดระวังจำนวนค่าคอมมิชชั่นที่โบรกเกอร์จะเรียกเก็บในบัญชี ECN และเลือกสเปรดที่ต่ำที่สุดหรือประมาณการดูว่าคุ้มกับเงินลงทุนหรือไม่

  • ความง่ายในการฝากเงินและถอนเงิน

Forex Brokers จะมีวิธีการฝากเงินและการถอนเงินออกจากบัญชีแตกต่างกัน โดยทั่วไปโบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะอนุญาตให้เจ้าของบัญชีสามารถฝากเงินทางออนไลน์ด้วยบัตรเครดิตหรือการโอนผ่านธนาคาร ปัจจุบันระบบโอนเงินมีความสะดวกมากขึ้น ซึ่งสามารถทำธุรกรรมทางออนไลน์ได้ ยกตัวอย่างเช่น Webmoney, PerfectMony, Neteller และอีกมากมาย ช่องทางเหล่านี้ได้รับการใช้งานกันอย่างกว้างขวางโดยผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์และยังมีผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนในพื้นที่หลายแห่ง โดยปกติการฝากเงินไปยังบัญชีฟอเร็กซ์ด้วยการชำระเงินทางออนไลน์จะเป็นแบบอัตโนมัติและสามารถถอนเงินได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแตกต่างจากวิธีแบบเดิม ๆ

การโอนเงินเป็นสกุลเงินของประเทศคุณเองทำได้อย่างสะดวก สำหรับประเทศไทย คุณสามารถเลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ยอมรับเงินบาท ซึ่งร่วมมือกับธนาคารขนาดใหญ่ เช่น กสิกร ไทยพาณิชย์ และธนาคารอื่น ๆ คุณสามารถฝากเงินไปยังบัญชีฟอเร็กซ์ได้โดยตรงจากบัญชีธนาคารไทย (บนเว็บไซต์ของโบรกเกอร์) และถอนกำไรเข้าบัญชีไทยได้โดยตรง การฝากเงินออนไลน์ผ่านธนาคารไทยทำได้อัตโนมัติและการถอนเงินมีความรวดเร็ว ซึ่งได้รับการดำเนินการโดยผู้จัดการของบริษัทในประเทศไทย

  • บริการลูกค้า

การช่วยเหลือลูกค้าของ Forex Brokers ควรให้บริการได้ทุกเมื่อ เนื่องจากการซื้อขายฟอเร็กซ์จะดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน ผู้เทรดอาจต้องการความช่วยเหลือเวลาใดก็ได้! ดังนั้น จึงควรเลือกโบรกเกอร์ที่ติดต่อสื่อสารได้ง่ายที่สุดและรวดเร็วที่สุด เช่น การสนทนาออนไลน์กับบุคคลจริง ๆ พยายามตรวจสอบการให้บริการลูกค้าของโบรกเกอร์ ความสามารถในการตอบคำถามอย่างแม่นยำเกี่ยวประเภทของบัญชี สเปรด หน่วยงานกำกับดูแลและรายละเอียดของบริษัท รวมถึงการช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น

เมื่อคำนึงถึงโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ ประสิทธิภาพในการบริการลูกค้าคือสิ่งสำคัญสูงสุด เพราะจะสะท้อนให้เห็นความน่าเชื่อโดยรวมของโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่คุณสามารถพึ่งพาได้ โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ส่วนมากในประเทศไทยจะให้บริการเป็นภาษาไทยผ่านการสนทนาทางออนไลน์ อีเมล ตลอดจนทางโทรศัพท์

  • ประเภทบัญชี

Forex Brokers อาจนำเสนอประเภทของบัญชีที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปจะมีบัญชีประเภท Standard, Micro, Mini, ECN ตลอดจน Demo (บัญชีทดลอง)

บัญชีเหล่านี้มีความแตกต่างกันในแง่ของขนาดการซื้อขาย สเปรด ค่าคอมมิชชั่น หรือแม้แต่จำนวนของตราสารทางการเงินที่นำเสนอ บัญชี Micro และ Mini มีขนาดการซื้อขายเล็กที่สุด คุณสามารถซื้อขายได้ในระดับเซ็นต์! เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น บัญชี Standard เหมาะกับผู้เทรดที่มีประสบการณ์มากขึ้น ซึ่งซื้อขายเต็มขนาด/ล็อต โดยปกติสเปรดจะคงที่ทั้งในบัญชี Micro และ Standard โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่นเพิ่มเติม ส่วนบัญชี ECN จะเหมาะสำหรับผู้เทรดที่ชอบสเปรดแบบลอยตัวในตลาด ผู้เทรดจะต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นสำหรับการซื้อขายแต่ละครั้ง ไม่ว่าสเปรดจะน้อยแค่ไหนก็ตาม คุณสามารถเลือกบัญชีซื้อขายฟอเร็กซ์ที่คุณพึงพอใจ

  • แพลตฟอร์มการเทรดที่นำเสนอ

แพลตฟอร์มที่นำเสนอมีหลายรูปแบบ เช่น เดสก์ทอป, บนเว็บ หรือมือถือ นักเทรดสามารถเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับความต้องการในการเทรด แพลตฟอร์มการเทรดที่ใช้งานมากที่สุดในตลาด Forex คือ MetaTrader 4 คุณต้องแน่ใจว่าแพลตฟอร์มการเทรดของคุณจะไม่ดำเนินการล่าช้าหรือใช้งานไม่ได้ระหว่างการเทรด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น หรือมีการประกาศข่าวเศรษฐกิจระดับโลก แพลตฟอร์มการเทรดที่น่าเชื่อถือรับประกันว่าคุณจะไม่พลาดโอกาสการเทรดเนื่องจากข้อผิดพลาดที่ไม่คาดคิด แพลตฟอร์มการเทรดต้องใช้งานง่าย เพื่อทำให้คุณสามารถเทรดหรือปิดคำสั่งได้ภายในไม่กี่วินาที คุณควรมองหาคุณสมบัติที่สำคัญ เช่น การเทรดในคลิกเดียว, การจัดการ Stop-Loss, การกำหนดลิมิต หรือการจัดการคำสั่งประเภทต่างๆ บนแพลตฟอร์มการเทรดที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ

วิธีเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือ
การเทรด Forex เป็นกิจกรรมน่าสนใจที่แสดงถึงโอกาสในการทำกำไร แม้ว่าคุณจะมีประสบการณ์จำกัดก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการหาความรู้และทำความเข้าใจกับตลาด เพื่อช่วยให้คุณกลายเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว
หากคุณสนใจการเทรด Forex แต่ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มก่อนเปิดบัญชีเทรดจริงครั้งแรก เพียงแค่ทำตามคู่มือ 5 ขั้นตอนนี้เพื่อศึกษาความรู้เพิ่มเติม
ค้นหาโบรกเกอร์ Forex ที่มีชื่อเสียง
มีโบรกเกอร์ Forex จำนวนมากให้เลือก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องค้นหาโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียง เงื่อนไขการเทรดที่ดีที่สุด และทีมงานช่วยเหลือลูกค้าที่ดี โบรกเกอร์ที่เลือกต้องนำเสนอเครื่องมือการเทรดจำนวนมาก เพื่อมอบโอกาสในการเทรดที่ครบถ้วนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โบรกเกอร์ต้องได้รับใบอนุญาตและควบคุมโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น CySEC ของไซปรัส, FCA ของสหราชอาณาจักร, ASIC ของออสเตรเลีย และ IFSC ของเบลีซ
การใช้บัญชีทดลอง Forex
ขั้นต่อไปคือการเปิดบัญชีทดลอง ใช้โอกาสนี้เพื่อเรียนรู้ระบบต่างๆ ของแพลตฟอร์มการเทรด ตั้งแต่คุณสมบัติทั้งหมดจนถึงวิธีปิดการเทรด คุณควรใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักโบรกเกอร์ Forex ที่คุณเลือก และทดสอบฝ่ายช่วยเหลือลูกค้า เพื่อให้คุณรู้ว่าโบรกเกอร์ทำงานเป็นอย่างไรหากคุณเปิดบัญชีเทรดจริง
ศึกษาตลาด
ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรด Forex สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจตลาดอย่างถ่องแท้ และเรียนรู้การวิเคราะห์ตลาด ไม่ว่าวิธีการวิเคราะห์ที่คุณชอบจะเป็นแบบพื้นฐานหรือการวิเคราะห์เชิงเทคนิค หรือผสมทั้ง 2 แบบ
ประเภทของการวิเคราะห์ที่คุณใช้ขึ้นอยู่กับประเภทของการเทรดที่คุณต้องการดำเนินการ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณคือนักเทรดระยะยาวควรใช้การวิเคราะห์พื้นฐาน แต่หากคุณเป็นนักเทรดรายวันที่กำลังมองหาแนวโน้มระยะสั้น แนะนำให้ใช้การวิเคราะห์เชิงเทคนิค เพราะยืดหยุ่นมากและเป็นรูปแบบการวิเคราะห์ที่รวดเร็วกว่า (เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวการเทรด Forex แบบ Scalping)
เลือกบัญชีเทรดของคุณ
โบรกเกอร์ Forex ส่วนมากนำเสนอบัญชีเทรดให้เลือก ตั้งแต่บัญชีมาตรฐาน บัญชี Micro ไปจนถึงบัญชี ECN ด้วยเหตุผลนี้คุณจึงต้องทำการค้นคว้าและเปิดบัญชีที่ตรงกับเป้าหมายการลงทุนของคุณ ปัจจัยต่างๆ เช่น เงินฝากขั้นต่ำที่กำหนด และตัวเลือกคู่สกุลเงินจะมีผลกับบัญชีเทรด Forex ที่คุณตัดสินใจจะเปิด
สร้างแผนการเทรด
คุณไม่สามารถคาดหวังให้การเทรดประสบความสำเร็จได้โดยไม่วางแผนการเทรด เนื่องจากแผนการเทรดคือสิ่งที่ทำให้คุณสามารถกลายเป็นนักเทรดที่ทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง คุณควรกำหนดปัจจัย เช่น ต้องการเทรดเมื่อไร วางแผนที่จะใช้วิธีการเทรดใด และความคาดหวังของคุณในฐานะนักเทรดคืออะไร หลังจากนี้ คุณก็จะสามารถกำหนดกลยุทธ์เข้าออกได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความมั่นใจ

ความน่าเชื่อถือ

เรากำลังพูดถึงความปลอดภัยและความมั่นคง โบรกเกอร์นั้นๆ สามารถเก็บเงินทุนของคุณอย่างปลอดภัยได้หรือไม่? สามารถเชื่อถือได้หรือเปล่า? หากพวกเขาเป็นโบรกเกอร์มิจฉาชีพล่ะ? เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าโบรกเกอร์นั้นๆ เชื่อถือได้หรือไม่? คำตอบก็คือกฎเกณฑ์หรือ Regulation นั่นเอง กฎเกณฑ์ เป็นเหมือนกับใบรับรองที่องค์กรซึ่งได้รับความน่าเชื่อถือและมีชื่อเสียงออกให้กับโบรกเกอร์ ในกรณีที่โบรกเกอร์ผ่านมาตรฐานทั้งหมดตามกำหนด มัน แสดงถึงคุณภาพ ความสามารถ และชื่อเสียงของโบรกเกอร์ เมื่อโบรกเกอร์ได้รับการรับรองจากองค์กรเหล่านั้น เราสามารถเชื่อใจได้อย่างเต็มที่ โบรกเกอร์ ทั้ง 5 รายที่ผมได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้ มีมาตรฐานและการรับรองที่ได้รับความไว้วางใจ ผมจึงไม่สามารถระบุได้ว่าใครดีที่สุด

→ สำรวจ Exness และกฎเกณฑ์ของพวกเขา.

→ สำรวจการควบคุมของ XM.

→ สำรวจ HotForex และกฎเกณฑ์ของพวก เขา.

→ สำรวจกฎเกณฑ์ของ FXTM.

อย่างไรก็ตาม เราควรจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าโบรกเกอร์ของมีกฎเกณฑ์อย่างไรบ้าง เนื่องจากการควบคุมจากองค์กรต่าง ๆ เหล่านั้น สามารถใช้ได้ เพียงในประเทศเดียวกันเท่านั้น ตัวอย่างเช่น กฎเกณฑ์ของ US ไม่สามารถคุ้มครองเทรดเดอร์จากแอฟริกาใต้หรือประเทศไทยได้ กฎเกณฑ์จะมีความ หมายเพียงแค่เพื่อบอกว่าโบรกเกอร์นั้น มีความน่าเชื่อถือและสามารถไว้ใจได้ ปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถรับประกันความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ ก็คือปริมาณ การเทรด หากปริมาณการเทรดของโบรกเกอร์นั้นสูง หมายความว่ามีผู้คนจำนวนมากเทรดกับโบรกเกอร์รายนั้น ซึ่งเราสามารถตรวจสอบปริมาณการเทรดใน แต่ละเดือนของโบรกเกอร์ ทั้ง 5 รายของผมได้ดังนี้

อีกหนึ่งสิ่งก็คือ โบรกเกอร์นั้นมีชื่อเสียงมากเพียงใด หากโบรกเกอร์นั้นมีชื่อเสียงมากๆ หมายความว่า โบรกเกอร์นั้นๆมีความมั่งคั่งและเป็นรายใหญ่ ซึ่งทำให้พวกเขายิ่งเชื่อถือได้ ผมได้รับผลลัพธ์เหล่านี้จาก Google Keyword Planner เกี่ยวกับโบรกเกอร์ forex ที่ดีที่สุดความนิยมที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว คุณควรทราบสิ่งต่าง ๆ ในอดีตเกี่ยวกับโบรกเกอร์นั้นๆ ตัวอย่างเช่น พวกเขาตอบสนองต่อเหตุการณ์เฉพาะต่าง ๆ หรือวิกฤตการณ์ที่ ผ่านมาอย่างไร พวกเขาเคยถูกกล่าวหาเรื่องการหลอกลวงหรือไม่ หรือคุณควรตรวจสอบความโปร่งใสของโบรกเกอร์ และเมื่อพูดถึงเรื่องของความโปร่งใส ผมคิดว่าไม่มีโบรกเกอร์รายใดสามารถชนะ Exness ได้ เพราะว่า Exness ได้อัพโหลดรายงานทางการเงิน

ค่าใช้จ่ายในการเทรด

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำเงินจากการเทรด Forex ซึ่งพวกเราต่างก็เห็นตรงกันในเรื่องนี้ ดังนั้น เราจึงควรหาโบรกเกอร์ที่เราต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเท รดน้อยที่สุด ค่าใช้จ่ายในการเทรดคือราคาทั้งหมดที่เราจะต้องจ่ายในการเทรดทุกๆครั้ง โดยคำนวณจากสองปัจจัยหลัก คือ สเปรดและคอมมิชชั่น และ ปัจจัยอื่น ๆ ขั้นแรก เราจะเปรียบเทียบสเปรดของ 5 โบรกเกอร์ที่ผมได้กล่าวถึงเมื่อข้างต้น ผมสามารถบอกได้เลยว่า สเปรดของโบรกเกอร์เหล่านี้นั้น จัดว่า ดีที่สุดในตลาดฟอเร็กซ์ ผมจะแสดงสเปรดของคู่สกุลเงินที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด EURUSD สำหรับคู่สกุลเงินเพิ่มเติม คลิกที่ปุ่มด้านข้าง โบรกเกอร์ forex ที่ดีที่สุด 2020

ดังนั้น คุณจะเห็นว่า Exness, XM, HotForex จัดเป็นหนึ่งใน โบรกเกอร์ที่สเปรดต่ำที่สุด

ต่อมา เราจะมาเปรียบเทียบค่าคอมมิชชั่น ซึ่งพบว่าไม่มีการคิดค่าคอมมิชชั่นสำหรับบัญชีปกติที่เปิดให้บริการ แต่สำหรับบัญชี ECN อัตราค่า คอมมิชชั่นของแต่ละโบรกเกอร์นั้นแตกต่างกันออกไป โบรกเกอร์คิดค่าคอมมิชชั่นในบัญชี ECN เพราะว่าสเปรดนั้นแทบจะเป็นศูนย์

ต่อมา เราจะมาเปรียบเทียบค่าคอมมิชชั่น ซึ่งพบว่าไม่มีการคิดค่าคอมมิชชั่นสำหรับบัญชีปกติที่เปิดให้บริการ แต่สำหรับบัญชี ECN อัตราค่า คอมมิชชั่นของแต่ละโบรกเกอร์นั้นแตกต่างกันออกไป โบรกเกอร์คิดค่าคอมมิชชั่นในบัญชี ECN เพราะว่าสเปรดนั้นแทบจะเป็นศูนย์

Exness ค่าคอมมิชชั่น$2.5รายละเอียดเพิ่มเติม
HotForex ค่า คอมมิชชั่น$3รายละเอียดเพิ่มเติม
FXTM ค่า คอมมิชชั่น$2รายละเอียดเพิ่มเติม

ในจุดนี้ คุณอาจจะคิดว่ามีโบรกเกอร์มากมายที่มีสเปรดต่ำและค่าคอมมิชชั่นต่ำกว่านี้  แล้วทำไมผมถึงเลือก 5 รายนี้ อย่างที่ผมได้พูดไปก่อน หน้านี้ ค่าใช้จ่ายการเทรดที่คุณต้องจ่ายนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ที่หลากหลาย เช่นการคลาดเคลื่อนของราคา การคลาดเคลื่อนของราคา (slippage) หมายถึงความแตกต่างระหว่างราคาที่คาดหวังของการเทรด และราคาที่ใช้ดำเนินการเทรดจริง ความคลาดเคลื่อนของราคาเกิดขึ้นบ่อยในช่วงที่ตลาดมี ความผันผวนสูง ซึ่งก็คือช่วงที่มีการใช้คำสั่งตลาด และช่วงที่มีการดำเนินคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ และอาจได้รับความคลาดเคลื่อนของราคาจากตำแหน่ง ราคาที่ได้ทำการส่งคำสั่งไป ดังนั้น เมื่อคุณทำการเลือกโบรกเกอร์ คุณจึงควรให้ความสำคัญกับการคลาดเคลื่อนราคา ซึ่ง Exness และ FBS รับประกันว่า ไม่มีการคลาดเคลื่อนของราคาบนแพลตฟอร์มของพวกเขา XM บอกว่าสามารถเกิดขึ้นได้แต่ยากมาก ผมได้เทรดกับโบรกเกอร์ทั้ง 3 รายนี้ และผมสามารถ บอกได้เลยว่า โบรกเกอร์ทุกรายมีการคลาดเคลื่อนของราคา ซึ่งมันถือเป็นเรื่องปกติในการเทรด Forex สิ่งที่สำคัญก็คือ การคลาดเคลื่อนของราคานั้นมาก น้อยแค่ไหน ต่ำกว่าโบรกเกอร์รายอื่น ๆ หรือไม่  สำหรับผมคิดว่าคลาดเคลื่อนของราคาที่ต่ำกว่า 1.0 pips นั้นถือว่าดีเพียงพอ  และ โบรกเกอร์นั้นมีการชดเชยให้กับลูกค้าของพวกเขาอย่างไร ผมคิดว่า Exness และ XM คือโบรกเกอร์ที่สามารถรับมือกับการคลาดเคลื่อนของราคาได้อย่างดี อีกสิ่งหนึ่งที่ผมพบว่าผู้อ่านมักชื่นชอบมากที่สุด ก็คือโบนัสและส่วนลดต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ฟังดูดีในตอนเริ่มต้น แต่ทุกสิ่งทุกอย่างต่างก็มีสองด้าน หากคุณไม่ ระมัดระวัง โบนัสอาจเป็นเหยื่อล่อของโบรกเกอร์ เพื่อดึงดูดคุณ คุณสามารถเรียนรู้ทุกอย่างที่คุณต้องการเกี่ยวกับโบนัสได้ในบทความนี้

เงื่อนไขในการซื้อขาย

มี 3 ระดับที่เราใช้เพื่อจัดอันดับเทรดเดอร์ ซึ่งก็คือ : มือใหม่, เทรดเดอร์ทั่วไป, และมืออาชีพ ดังนั้น โบรกเกอร์ forex ที่ดีที่สุด 2563 คือผู้ที่สามารถ ให้บริการประเภทบัญชีที่หลากหลาย สำหรับเทรดเดอร์ทุกรูปแบบ เงื่อนไขของบัญชีจากโบรกเกอร์ทั้ง 5 รายที่ผมเลือกนั้น มีความคล้ายกัน พวกเขามีบัญชี 3 ประเภท สำหรับเทรดเดอร์กลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ : บัญชี Mini/Micro, บัญชีทั่วไป, และบัญชี ECN สำหรับเทรดเดอร์แต่ละประเภทตามลำดับ คุณสามารถ ตรวจสอบบัญชีของโบรกเกอร์แต่ละรายได้ดังนี้

→ สำรวจบัญชี Exness

→ สำรวจบัญชี XM

→ สำรวจบัญชี HotForex

→ สำรวจบัญชี FXTM

อีกหนึ่งปัจจัยที่คุณควรทราบถึง ก็คือเลเวอเรจของบัญชี เลเวอเรจคือเครื่องมือที่เทรดเดอร์ส่วนมากจากทั่วโลก ต่างชื่นชอบ บ่อยครั้ง โบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตสัญชาต อังกฤษ, อเมริกา, และญี่ปุ่น มีการให้บริการเลเวอเรจต่ำ เนื่องจากพวกเขาต้องปฏิบัติตามใบ อนุญาตเหล่านั้นจากประเทศดังกล่าว อย่างที่ผมได้พูดถึงก่อนหน้านี้ โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจำนวนมากนั้น มักจะมีประสิทธิภาพที่น้อยลง ท่ามกลาง โบรกเกอร์นานาชาติที่ได้รับความภาคภูมิใจ โบรกเกอร์ forex ที่ ดี ที่สุดต่อไปนี้มีเลเวอเรจที่ดีที่สุด :

  • Exness : 1:ไม่จำกัด สำหรับบัญชีที่มีจำนวนเงินต่ำกว่า $1000 และได้ทำการเทรดมากกว่า 5 ล็อต สำหรับบัญชีที่มีจำนวนเงินมากกว่า $1000 เลเวอเรจจะอยู่ที่ 1:2000 สำรวจเพิ่มเติม → ที่นี่
  • Hotforex : 1:1000. สำรวจเพิ่มเติม → ที่นี่
  • XM : 1:888. สำรวจเพิ่มเติม  → ที่นี่
  • FXTM : 1:1000. สำรวจเพิ่มเติม  → ที่นี่

สิ่งที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในการเทรดกับตลาด Forex นั้น ก็คือสกุลเงิน สกุลเงินจะมีการพูดถึงเป็นคู่ ๆ ตัวอย่างเช่น คู่สกุลเงินที่ได้รับความนิยมสูงสุด EURUSD คือคู่เงินยูโรและ US ดอลล่าร์ จากการจับคู่ดังกล่าว เราจะสามารถจะบอกค่าของเงินยูโรได้โดย เปรียบเทียบกับมูลค่าของ USD ตัวอย่างเช่น ราคาอ้างอิงคือ EURUSD = 1.1346  ซึ่งหมายความว่า คุณต้องจ่ายเงินจำนวน 1.1346 USD เพื่อซื้อ 1 ยูโร โบรกเกอร์แต่ละรายมีราคาอ้างอิงที่แตกต่างกันจากผู้ให้บริการายต่าง ๆ ดังนั้น คุณสามารถเข้าใจได้ว่า ราคาอ้างอิงของพวกเขานั้น ก็จะมีความแตก ต่างเช่นเดียวกัน ในฐานะเทรดเดอร์ พวกเราควรเลือกโบรกเกอร์ที่สามารถให้บริการราคาอ้างอิงได้ดีที่สุด ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกเช่น การ requote ซึ่งคุณ สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้ในบทความนี้  ซึ่งโบรกเกอร์ที่ไม่มี requote ที่ดีที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเน้นย้ำ ก็คือแพลตฟอร์ มการเทรดของโบรกเกอร์ ซึ่งในปัจจุบัน MT4 และ MT5 คือสองแพลตฟอร์มการเทรดที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดฟอเร็กซ์ โบรกเกอร์ทุกรายต่างมี สองแพลตฟอร์มการเทรดนี้ แต่อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มการเทรดของพวกเขานั้น แตกต่างกันในแง่ของความรวดเร็วและคุณภาพในการดำเนินคำสั่งซื้อ ขาย ปัจจัยเหล่านี้สามารถส่งผลต่อการเทรดของคุณได้อย่างมาก ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณเห็นข่าว และคาดเดาราคาที่ดีได้ คุณล็อกอินเพื่อป้อนราคานั้น อย่างไรก็ตาม มีเทรดเดอร์คนอื่น ๆ ที่ทำการคาดเดาและล็อกอินเช่นเดียวกัน และเซิร์ฟเวอร์ก็เสถียรพอ คำสั่งซื้อขายของคุณจึงไม่สามารถดำเนินการให้ เสร็จสิ้นได้ ท้ายที่สุดแล้ว คุณจะพลาดโอกาสที่ดีในการทำเงินก้อนโต และนั่นคือเหตุผลที่ว่า คุณจำเป็นต้องทำการทดสอบทุกอย่างก่อนเริ่มต้นการเทรด กับโบรกเกอร์ คุณสามารถฝากเงินจำนวนเล็กน้อยในบัญชีโบรกเกอร์เหล่านี้ (เช่น 10 หรือ 20 ดอลล่าร์) และลองเทรดซัก 1 เดือน นอกจากนั้น ทดลองเท รดในช่วงเวลาที่มีข่าวใหญ่ ๆ เพื่อสำรวจว่าเซิฟเวอร์ของพวกเขาทำงานเป็นอย่างไร และมีการคลาดเคลื่อนของราคามากแค่ไหน หลังจากที่ได้ทดสอบ ด้วยตัวผมเอง ผมสามารถบอกได้ว่ามี 3 โบรกเกอร์ที่มีอัตราการคลาดเคลื่อนของราคาที่ต่ำมาก

→ Exness.com

→ XM.com

การบริการลูกค้า

การเทรด Forex นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก โบรกเกอร์ที่ดีนั้นต้องสามารถให้การสนับสนุนลูกค้าของพวกเขาได้ตลอดเวลา และในภาษาต่าง ๆ โบรกเกอร์ส่วนมากนั้น ให้ความช่วยความช่วยเหลือลูกค้าของพวกเขาผ่านทาง Live chat หรืออีเมลล์ อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือ การสนทนาแบบรายบุคคล นั่นหมายความว่า เป็นการดีกว่า หากโบรกเกอร์มีสำนักงานท้องถิ่นในประเทศหรือพื้นที่ของคุณ Exness ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้ที่มี ทีมสนับสนุนที่ดีที่สุด โบรกเกอร์รายนี้มีจุดขายที่แข็งแกร่ง ทีมช่วยเหลือ และทีมการตลาด ซึ่งพร้อมให้บริการตลอดเวลา นอกจากนั้น เครือข่าย IB ของ พวกเขาก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นกัน ดังนั้น หากคุณมีปัญหาใด ๆ เพียงแค่แชทกับพวกเขาบนเว็บไซต์ และคุณจะได้รับการตอบกลับในทันที อีกทั้ง Exness ยังให้บริการช่วยเหลือลูกค้าของพวกเขาทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ช่องทางติดต่อ 5 โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุด ที่ผมแนะนำมีดังนี้

→ คลิกที่นี่เพื่อสำรวจช่องทางติดต่อและสำนักงานท้องถิ่นของ Exness

→ คลิกที่นี่เพื่อสำรวจช่องทาง ติดต่อและสำนักงานท้องถิ่นของ XM

→ คลิกที่นี่เพื่อสำรวจช่องทางติดต่อและสำนักงานท้องถิ่นของ HotForex

→ คลิกที่นี่เพื่อสำรวจช่องทางติดต่อและสำนักงานท้องถิ่นของ FXTM

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือระบบการชำระเงิน คุณอาจจะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่สำคัญในตอนแรก แต่เมื่อคุณเริ่มทำการเทรดจริงกับโบรกเกอร์ คุณ จะรู้ว่าเรื่องนี้มีความสำคัญมากๆ โบรกเกอร์ส่วนมากนั้น เป็นโบรกเกอร์ต่างประเทศ ดังนั้นคุณจึงต้องทำการฝากและถอนเงินข้ามประเทศ นั่นคือตอนที่ ธนาคารคิดค่าธรรมเนียมทางธุรกรรมกับคุณ การสร้างเงินจาก Forex นั้น ซึ่งมันก็ยากพออยู่แล้ว ตอนนี้ธนาคารยังจะคิดค่าบริการเพิ่มเติมอีก ซึ่งผมไม่เห็น ด้วย ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณทำการโอนเงินผ่านทางบัตร VISA จะมีการคิดค่าบริการ 3 ถึง 5% ของจำนวนเงินที่คุณโอน โบรกเกอร์ที่ดีที่ จะต้องมีช่องทาง การชำระเงินที่หลากหลาย ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ไม่มีค่าบริการ แต่ต้องมีความสะดวกอีกด้วย นอกจากนั้น ความเร็วก็เป็นเรื่องสำคัญ ผมเคยต้องรอเป็นเวลา หลายวันหรือสัปดาห์ เพื่อถอนเงินกำไรของผมจากโบรกเกอร์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยใจ สำหรับเรื่องนี้ Exness ไม่มีคู่แข่งเลย เนื่องจาก Exness มี ระบบการถอนเงินอัตโนมัติที่ไม่ต้องใช้คนเลย แน่นอนว่า คอมพิวเตอร์ย่อมทำได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อีกทั้ง Exness ยังให้บริการระบบชำระเงิน แบบท้องถิ่นที่มีความสะดวกมากมาย คุณสามารถฝากเงินเพียง $1 จากโทรศัพท์ของคุณ ใช้เวลาเพียง 30 วินาที และไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่ น่าทึ่งคือ Exness ให้คุณสามารถทำการฝาก/ถอนเงินในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ด้วย นี่คือเหตุผลที่เทรดเดอร์ส่วนมากชื่นชอบ Exness และ FBS คืออันดับ ที่สองในด้านของระบบชำระเงิน พวกเขาก็มีระบบที่ดีและรวดเร็วเช่นเดียวกัน นี่คือการจัดอันดับของผม

→ ศึกษาเพิ่มเติม เกี่ยวกับระบบชำระเงินของ Exness

→ ศึกษาเพิ่มเติม เกี่ยวกับระบบชำระเงินของ XM  

→ ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยว กับระบบชำระเงินของ HotForex

→ ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยว กับระบบชำระเงินของ FXTM

บทสรุป

ท้ายที่สุดแล้ว ผมคิดว่านี่คือการจัดอันดับโบรกเกอร์ที่ดีที่สุด 5 อันดับที่ของผม

www.exness.com : คะแนนรวม 9.6/10→ เปิดบัญชีตอนนี้
www.xm.com : คะแนนรวม 9.5/10→ เปิดบัญชีตอนนี้
www.hotforex.com : คะแนนรวม 9.0/10→ เปิดบัญชีตอนนี้
www.fxtm.com : คะแนนรวม 8.5/10→ เปิดบัญชีตอนนี้
www.fbs.com : คะแนนรวม 8.0/10→ เปิดบัญชีตอนนี้

การพิจารณาอันดับโบรกเกอร์ FOREX

โบรกเกอร์ Forex ที่ดี ต้องมีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้

การจดทะเบียน

ทุกโบรกจำเป็นต้องมีการจดทะเบียน จากหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อควบคุมให้โบรกเกอร์ดำเนินธุรกิจ Forex เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน แสดงถึงความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง ความปลอดภัยของบริษัท
หน่วยงานกำกับดูแลชั้นนำของโลก
• FCA – Financial Conduct Authority
• CySEC – Cyprus Securities and Exchange Commission
• ASIC – Australian Securities and Investments Commission
• IFSC – International Financial Services Commission

ระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ

โบรกเกอร์ Forex ที่มีระยะเวลาการดำเนินธุรกิจที่ยาวนาน แสดงถึงความสามารถในการบริหารที่ดี ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง แสดงถึงความปลอดภัยที่ว่าโบรกจะไม่ปิดตัวหนีหายไปไหน
เพราะโบรกเกอร์ที่เป็นข่าวในเรื่องการปิดหนีส่วนมากล้วนเป็นโบรกเกอร์ที่พึ่งเปิดให้บริการมาไม่นาน ไม่มีความจริงจังในการดำเนินธุรกิจ จ้องที่จะหลอกลวงลูกค้า

นโยบายการป้องกันความเสี่ยง

โบรกเกอร์ที่แสดงจุดยืน หรือเปิดเผยข้อมูลในเรื่องนี้ จะเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวบริษัทมากยิ่งขึ้น อาทิเช่น
การแยกบัญชีเงินฝากของลูกค้าออกจากบัญชีของบริษัท
การทำประกันคุ้มครองเงินทุนของลูกค้าในกรณีบริษัทล้มละลาย หรือปิดตัวลง
การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา เช่น ใบอนุญาต, หลักฐานการจดทะเบียน

สถานที่ตั้ง

– มีหลายโบรกเกอร์ Forex ที่ก่อตั้งในประเทศหรือหมู่เกาะเล็กๆ ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นลักษณะการดำเนินธุรกิจฟอกเงินสูง (ไม่ได้ตั้งใจทำธุรกิจโบรกเกอร์ Forex อย่างจริงจัง)
– ต่างกับโบรกเกอร์ที่ก่อตั้งในประเทศที่คนส่วนใหญ่รู้จัก เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย เป็นต้น ซึ่งจะความน่าเชื่อถือสูงกว่ามาก เพราะด้วยกฏหมายที่เข้มงวดกว่ามาก ต้องอาศัยการบริหารการจัดการที่ดี มีการควบคุมความเสี่ยงที่เหมาะสม ถึงจะเปิดโบรกได้
– ตรงกันข้ามกับประเทศตามหมู่เกาะเล็กๆ ที่มีความง่ายต่อการเปิดโบรกกว่าเยอะ การตรวจสอบค่อนข้างหละหลวม เพียงแค่มีเงินถึงก็เปิดโบรกได้แล้ว

การฝากถอน

การฝากถอนถือเป็นหนึ่งใน “ต้นทุน” ในการเทรด โบรกเกอร์ที่ดีควรคำนึงถึงเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ต้องพิจารณามีดังนี้
ความสะดวก (จำนวนธนาคารในประเทศไทยที่รองรับการฝากถอน) | ควรรับรองการฝากถอนผ่านธนาคารในประเทศหลากหลายธนาคาร และมีช่องทางการฝากถอนที่หลากหลาย เช่น Internet Banking, QR Code เป็นต้น
ความรวดเร็ว (ระยะเวลาในการฝากถอน) : โบรกเกอร์ควรมีความรวดเร็วในการฝากถอน เพื่อให้เทรดเดอร์มีความคล่องตัวในการบริหารเงิน
เรทในการฝากถอน *** สำคัญมาก *** : บางโบรกไม่เสียเรทและค่าธรรมเนียมการฝากถอน
– โบรกดี : ฝากไป 3,000 บาท ถอนได้ 3,000 บาท
โบรกไม่ดี : ฝากไป 3,000 บาท ถอนได้ 2,800 บาท … คิดเป็นต้นทุนถึง 6% นั่นหมายความว่า ยังไม่ต้องเทรด เราก็ขาดทุนไปแล้ว 6%


Spread

– โบรกเกอร์ที่ดีควรมี Spread ของแต่ละคู่สกุลเงิน ที่แคบ ยิ่ง Spread แคบ แปลว่า เรามีต้นทุนการเทรดที่ถูกลง ทำให้ได้เปรียบกว่าคนอื่น
– จริงๆแล้ว Spread ถือเป็นรายได้หลักของโบรกเกอร์ แต่อย่างไรก็ดีในการทำธุรกิจ โบรกเกอร์ควรคำนึงถึงฝั่งเทรดเดอร์ด้วย โบรกเกอร์ที่ดีควรมี Spread ที่ต่ำ ไม่เอาเปรียบเทรดเดอร์ หากโบรกไหนที่มีค่า Spread ที่สูง แปลว่าโบรกนั้นกำลังเอาเปรียบเทรดเดอร์อยู่


Platform การเทรด

– โบรกเกอร์ไหนมี Platform การเทรดที่ครบเครื่อง ก็จะทำให้เทรดเดอร์เกิดประสิทธิภาพการเทรดได้สูงสุด
– โดยปกติทั่วไปก็ต้องมี MT4/MT5 เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ส่วนโบรกเกอร์ที่จะแตกต่างขึ้นไปคือ มีให้บริการเทรดบนเว็บไซต์ (Webtrader) มีระบบ CopyTrade ให้บริการ VPS ไว้รัน EA ฟรีๆ หรือบางมีให้บริการเครื่องมือการช่วยเขียน EA เลย

สินค้าในการเทรด

นอกเหนือจากคู่สกุลเงินหลักๆ (Forex) ที่มีให้เทรดกันปกติอยู่แล้ว หากเป็นโบรกเกอร์ที่มีคุณภาพ จะมีสินค้าอื่นๆ อาทิ ทองคำ, น้ำมัน, ดัชนีหุ้นทั่วโลก, หุ้นบริษัทดังๆ และ พันธบัตรต่างๆ เป็นทางเลือกอื่นให้กับเทรดเดอร์ได้ใช้บริการ
My Website
Logo